ติดต่อเรา

Email:icothai@gmail.com

Tel0819511100

           ^ กดเบอร์โทรข้างบนเพื่อติดต่อได้เลยคะ 

Line : 0819511100

Office Hours

  • Monday - Friday 
  • 8.30 A.M. to 5.00 P.M.
  • Saturday - Sunday Closed
 ติดต่อสอบถาม

ชื่อ :
นามสกุล :
บัตรประชาชนเลขที่ :
ที่อยู่ :
อำเภอ :
จังหวัด :
รหัสไปรษณีย์ :
มือถือ :
อีเมล์ :
Line ID :
Facebook ID / Name :
เรื่องที่สอบถาม :
 
 

 
 
 
 
 
LINE ID : 0819511100
คดีฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

 

เมื่อสามีภริยาหย่าขาดจากกันแล้ว แต่ยังคงต้องมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรต่อไป เพราะการหย่าขาดจากกัน มิได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรสิ้นสุดลง โดยในการหย่าโดยความยินยอมอาจมีการกำหนดจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไว้ แต่หากมิได้ตกลงกันไว้ในท้ายทะเบียนการหย่า ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า ต้องให้ศาลสั่งกำหนดจำนวนเงินให้ตามสมควร 

 

กรณีทอดทิ้งไม่เลี้ยงดู โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ ย่อมมีความผิดอาญา มาตรา 307 

 

ค่าอุปการะเลี้ยงดู ถือเป็นหนี้ร่วมกัน แม้จะใช้อำนาจปกครองเพียงฝ่ายเดียว หากอีกฝ่ายเป็นผู้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดู ก็สามารถมีสิทธิเรียกร้องในนามตนเอง โดยกรณีเช่นนี้มีอายุความ 5 ปี นับแต่วันที่ฝ่ายนั้นได้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูไปฝ่ายเดียว 

 

ค่าอุปการะเลี้ยงดู ได้แก่  

ค่าที่พักอาศัย  

ค่าอาหาร  

ค่าเสื้อผ้า  

ค่าการศึกษาอบรม  

ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น 

 

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ 1691/2528 

บิดาและมารดามีหน้าที่ร่วมกันให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ ในลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกันซึ่งต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน 

 

สามีภริยาหย่าขาดจากกันและตกลงให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของฝ่ายหนึ่ง โดยมิได้ตกลงกันว่าฝ่ายที่ปกครองบุตรนั้นจะเป็นผู้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่ฝ่ายเดียว ดังนี้ ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า ฝ่ายที่ปกครองบุตรย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากอีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่วันหย่าจนถึงวันฟ้องเพื่อแบ่งส่วนความรับผิดในฐานะที่เป็นลูกหนี้ร่วมกันได้ 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ 3237/2533 

โจทก์ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลย แม้ในคำบรรยายฟ้องกล่าวว่าโจทก์ขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากจำเลย แต่ในเอกสารท้ายฟ้องกับคำขอท้ายฟ้องก็ได้ขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์และบุตร ดังนี้ เป็นคำฟ้องที่พอเข้าใจได้ว่าขอให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรและตัวโจทก์เองด้วย ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า แม้ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์กระทำแทนบุตรก็ไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม 

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1565 ให้บิดาหรือมารดานำคดีที่เกี่ยวกับการร้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรขึ้นว่ากล่าวก็ได้ แสดงว่ากฎหมายให้อำนาจบิดามารดาเป็นพิเศษที่จะยกคดีขึ้นว่ากล่าวเอง โจทก์ไม่ต้องระบุในคำฟ้องว่าโจทก์ในฐานะมารดาผู้กระทำการแทนบุตร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง 

 

ประเด็น แม้โอนบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมบุคคลอื่นแล้ว ก็ยังสามารถเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้อยู่ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2535 

โจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่าและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้านายทะเบียนว่า จำเลยจะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์เป็นรายเดือน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูดังกล่าว แม้ภายหลังที่ยื่นฟ้องแล้วโจทก์จะได้ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของสามีใหม่ แต่บุตรบุญธรรมก็ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่เกิดมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1578/28 โจทก์ยังคงมีอำนาจฟ้อง   

 

ประเด็น ฟ้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรหลายคน ศาลจะสั่งรวมไม่ได้ ต้องสั่งเป็นรายบุคคลไป 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2546 

สิทธิของบุตรผู้เยาว์ที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาเป็นสิทธิของบุตรผู้เยาว์แต่ละคนจะพึงได้รับตามความสามารถของผู้มีหน้าที่ให้ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งคดี ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองรวมกันมาจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข 


ประเด็นหากศาลมีคำพิพากษาให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ปฏิบัติตาม อีกฝ่ายสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกตัวมาสอบถามและตักเตือนได้ หากไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนของศาล ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า ศาลมีอำนาจออกหมายจับและสั่งกักขังจนกว่าจะนำเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูมาชำระ แต่ไม่เกิน 15 วัน ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธิพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 162 

 

ประเด็น อายุความ 5 ปีนับแต่วันที่บิดามารดาหรือบิดามารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูไปฝ่ายเดียว (เรียกย้อนหลัง) 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2697/2548 

บทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 1598/38 เป็นการกำหนดให้สิทธิแก่บิดามารดากับบุตรสามารถฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างกันได้เท่านั้น ส่วนการดำเนินการร้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูมีบทบัญญัติมาตรา 1565 ซึ่งกำหนดให้พนักงานอัยการเป็นผู้ยกคดีขึ้นว่ากล่าวแล้วยังกำหนดให้บิดาหรือมารดาสามารถนำคดีขึ้นว่ากล่าวได้เองด้วย 

 

บทบัญญัติมาตรา 1564 วรรคหนึ่ง กำหนดให้บิดามารดามีหน้าที่ร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์อันมีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ซึ่งในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันนั้นย่อมจะต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามมาตรา 296 

 

โจทก์จำเลยได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาโดยตกลงให้บุตรอยู่ในความปกครองของโจทก์ แต่มิได้ตกลงว่าโจทก์ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูฝ่ายเดียว เมื่อโจทก์ได้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ฝ่ายเดียวจนกระทั่งบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  ขอเรียนว่า โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ที่ได้ออกไปก่อนนับแต่วันหย่าจนกระทั่งบุตรบรรลุนิติภาวะจากจำเลย เพื่อแบ่งส่วนความรับผิดในฐานะที่เป็นลูกหนี้ร่วมและเข้าใช้หนี้นั้นตามมาตรา 229 (3) แม้ขณะยื่นฟ้องนั้นบุตรจะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม ส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรสมควรจะเป็นจำนวนเท่าใด ศาลมีอำนาจกำหนดตามมาตรา 1522 

 

การฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ มีอายุความ 5 ปีนับแต่วันที่บิดามารดาหรือบิดามารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือในกรณีที่บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูไปฝ่ายเดียว ก็มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากอีกฝ่ายนับแต่วันที่ตนได้ชำระไปซึ่งถือว่าเป็นวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตามมาตรา 193/33 (4) ประกอบมาตรา 193/12 

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 1564 บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เฉพาะ ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้ 

 

มาตรา 1598/38 ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา หรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี 

 

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 

มาตรา 162 ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ ถ้าศาลเห็นสมควรจะสั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาวางศาลตามเงื่อนไขหรือระยะเวลาที่ศาลกำหนด ในกรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษามีรายได้ประจำ ศาลอาจสั่งให้อายัดเงินเท่าจำนวนที่จะชำระเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเลี้ยงชีพเป็นรายเดือน แล้วให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินดังกล่าวนำเงินมาวางศาลแทนลูกหนี้ตามคำพิพากษา 

 

เมื่อความปรากฏต่อศาลเองหรือผู้มีสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ ร้องต่อศาลว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลเรียกตัวมาสอบถาม หากปรากฏเป็นความจริงให้ศาลว่ากล่าวตักเตือนให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล 

 

ในกรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนของศาลตามวรรคสองโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลมีอำนาจออกหมายจับและสั่งให้กักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้จนกว่าลูกหนี้จะนำเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพมาชำระหรือวางศาล แต่ห้ามมิให้กักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาแต่ละครั้งเกินกว่า 15 วันนับแต่วันจับหรือกักขัง แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว 

 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 

ภาค 5 ครอบครัว 

มาตรา 36 หน้าที่อุปการะเลี้ยงดู ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลซึ่งถูกเรียกร้องให้อุปการะเลี้ยงดู 

 

อย่างไรก็ดี บุคคลผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจะเรียกร้องเกินกว่าที่กฎหมายไทยอนุญาตไม่ได้ 

ประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวข้อง 

มาตรา 307 ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาต้องดูแลผู้ซึ่ง พึ่งตนตนเองมิได้ เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิด อันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ 

1 การฟ้องคดีตามกฎหมายนี้ บิดาหรือมารดา เป็นโจทก์ในฐานะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ ไม่เป็นคดีอุทลุม 

2 กรณียังไม่ได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องจากการรับรองบุตรอ้างอิงคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 2268/2533 

3 เมื่อมีข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเล่าเรียน และค่ารักษาพยาบาลบุตร สัญญาแล้ว จะมีอ้างเหตุภาระต้องเลี้ยงดูบุตรที่เกิดกับภริยาคนใหม่ และมีหนี้สินมาอ้างเพื่อปัดความรับผิดไม่ได้ 

4 สามารถขอให้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูในระหว่างดำเนินคดีได้ โดยวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษา 

5 สามารถขอแก้ไข ลด เพิ่ม ได้ หากฐานะและรายได้เปลี่ยนแปลงไป 

6 ค่าเลี้ยงดูควรใช้อายุเป็นเกณฑ์มากกว่าการศึกษา 

 

 

#ทนายเชียงใหม่อาสาช่วยท่านด้วยใจ #ทนายเชียงใหม่ #ทนายความเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่เก่ง #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ #ทนายอาสาเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ฟรี #ทนายความเชียงใหม่มืออาชีพ #ที่ปรึกษากฎหมายเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ #รายชื่อทนายความเชียงใหม่ #สำนักทนายความเชียงใหม่ #ทนายเก่งๆเชียงใหม่ #สภาทนายความเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่ #ทนายที่ดินเชียงใหม่ #ทนายอาสาศาลเชียงใหม่ #ทนายอาสาศาลากลางเชียงใหม่ #กฎหมายเชียงใหม่ #สำนักงานทนายความเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ #ทนายฝึกงานเชียงใหม่ #ฝึกงานทนายเชียงใหม่ #LawFirmเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่  #ทนายเก่งเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่pantip #ทนายอาสาเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่เก่ง #ทนายความเชียงใหม่เก่ง #ทนายอาสาเชียงใหม่ฟรี #สํานักงานกฎหมาย เชียงใหม่  #ทนายครอบครัวเชียงใหม่

Post By ADMIN  ทนายเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่, หอการค้าเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่สำนักงานทนายความเชียงใหม่, สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่, สำนักงานกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่, ทนายอาสาเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่ฟรี, ทนายเชียงใหม่เก่ง, สภาทนายความเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่มืออาชีพ, ที่ปรึกษากฎหมายเชียงใหม่, ทนายเชียงใหม่ฟรี, ทนายที่ดินเชียงใหม่, ทนายอาสาศาลเชียงใหม่, ทนายอาสาศาลากลางเชียงใหม่, กฎหมายเชียงใหม่, ทนายอาสาเชียงใหม่, สภาทนายเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่, ทนายเก่งเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่เก่ง, ทนายเชียงใหม่pantip, ทนายอาสาเชียงใหม่, ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่, LawFirmเชียงใหม่, ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่, ทนายเชียงใหม่เก่ง, ทนายอาสาเชียงใหม่ฟรี, สํานักงานกฎหมายเชียงใหม่, ทนายครอบครัวเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่คดีหย่า, ทนายความเชียงใหม่คดีกู้ยืม, ทนายความเชียงใหม่คดีเช็ค, ดร.เกียรติศักดิ์ทนายเชียงใหม่, ทนายวิถีพุทธทนายเชียงใหม่, เนติบัณฑิตย์ไทยทนายเชียงใหม่

ปรึกษาฟรี!! มุ่งมั่นช่วยเหลือแก่ทุกท่าน แบบมิตรภาพ โดยทีมทนายความวิถีพุทธ

ดร.เกียรติศักดิ์ เนติบัณฑิตย์ไทย ทนายวิถีพุทธ และทีมทนายความเชียงใหม่ ติดต่อโทร 081-951-1100

 
เว็บสำเร็จรูป
×